
Kyle Hyde อดีตตำรวจนครนิวยอร์ค ผู้ซึ่งชะตาพลิกผันต้องออกจากราชการ กลายมาเป็นเซลส์แมนขายของ มีเหตุจำเป็นต้องเข้าพักที่โรงแรม Hotel Dusk ด้วยหน้าที่การงาน...
...เขาได้เข้าพักที่ห้อง 215 ซึ่งมีเรื่องเล่าขานว่า สามารถดลบัลดาลให้ความปรารถนาของผู้ที่เข้าพัก เป็นจริงขึ้นมาได้...
...ที่นั่น เขาได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่ง เธอพูดไม่ได้ แต่สิ่งที่เธอสวมอยู่ที่ข้อมือของเธอ...
...มันคือสร้อยข้อมือของ Bradley...อดีตเพื่อนตำรวจคู่หูที่หายตัวไป...คนที่เขาออกตามหามาตลอด 3 ปี...
....หรือสถานที่นี้จะเป็นคำตอบของการค้นหา.....นับตั้งแต่วันนั้น....
....วันที่เขาลั่นปืนใส่ Bradley ด้วยมือของเขาเอง......

Hotel Dusk Room 215 เป็นเกมแนว Text-based Adventure จาก Cing สำหรับเครื่อง NDS ซึ่งเคยสร้างผลงานไว้กับเกม Trace Memory (NDS) ที่แฟนเกมแนวนี้รู้จักกันดี โดยในรอบนี้ ผู้เล่นจะรับบทเป็น Kyle Hyde อดีตตำรวจที่กลายมาเป็นเซลส์แมนเพื่อตามหาเบาะแสของเพื่อนที่หายไป และมีเหตุจำเป็นต้องเข้าพักที่โรงแรม Hotel Dusk ซึ่งทั้งตัวสถานที่ และคนทุกคนในโรงแรมนี้ ดูเหมือนจะเก็บงำความลับอะไรบางอย่างไว้อยู่ ตัวเอกจะต้องพูดคุยกับคนในโรงแรมนี้เพื่อเก็บข้อมูล รวมถึงการไขปริศนาต่างๆเพื่อให้เหตุการณ์ดำเนินต่อไปได้
- ระบบการเล่น
กิจกรรมที่เราต้องทำใน Hotel Dusk นั้นแบ่งได้เป็น 3 ข้อใหญ่ๆ คือ การเดินสำรวจ การพูดคุยซักถาม และการไขปริศนา ซึ่งส่วนใหญ่จะหนักไปที่สองข้อแรกซะมากกว่า โดยในการเดินสำรวจ เราสามารถซูมเข้าไปสำรวจโดยละเอียดในบางจุดได้ ซึ่งบางทีเราอาจจะได้ข้อมูลใหม่ๆ หรือสิ่งของต่างๆสำหรับเอาไว้ไขปริศนาก็ได้ ในเกมนี้เราจะมีสมุดโน้ตประจำตัว สำหรับให้เราจดบันทึกข้อมูลต่างๆ เอาไว้กันลืมได้ด้วย
สำหรับการพูดคุยซักถาม ระหว่างบทสนทนา คู่สนทนาอาจพูดข้อมูลอะไรบางอย่างที่ทำให้เราเกิดคำถามขึ้นมา ซึ่งเราสามารถถามตัวละครนั้นๆในตอนหลังได้ นอกจากนั้น ในบทสนทนาจะมีบางช่วงที่เราสามารถซักถามเพิ่มเติม โดยจะมีเครื่องหมายสามเหลี่ยมสีเหลืองโผล่ขึ้นมาให้เห็น ในการซักถาม เราจะมีตัวเลือก 2 ตัวเลือก ซึ่งมักจะต่างกันค่อนข้างมาก บางคำถามที่ไม่สำคัญ เราอาจเลือกตอบอันไหนก็ได้ แต่สำหรับบางคำถามที่สำคัญ ถ้าเราใช้อารมณ์การพูดที่ไม่เหมาะ คาดเดาเหตุการณ์ผิด หรือถามคำถามที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้คู่สนทนาไม่พอใจหรือไม่เชื่อใจเราได้ โดยจะเห็นเป็นเงาสีดำแดงวิ่งผ่านรูปตัวละคร และส่วนใหญ่มักจะทำให้เรา Game over ได้ด้วย โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงกลางๆเกมเป็นต้นไป การพลาดเพียงแค่คำถามเดียวจะทำให้ Game over ทันที แต่ตัวเลือกส่วนใหญ่มักจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจนอยู่แล้วว่าข้อไหนคือข้อที่ถูก จึงอาจไม่ได้ยากเย็นอะไรมากมายนัก ขอแค่ฉลาดเลือกให้เหมาะกับสถานการณ์ตรงหน้าก็พอ
ในส่วนของการไขปริศนานั้น ปริศนาส่วนใหญ่จะใช้หน้าจอ touch screen ในการไขปัญหา เช่น ใช้ stylus จิ้มที่กระดิ่งในหน้าจอเพื่อกดกระดิ่ง แต่ก็มีปริศนาบางอย่างที่ต้องใช้วิธีอื่นๆ หรืออาศัยจุดบอดบางอย่างของเครื่อง DS ในการไขปัญหาด้วย บางปริศนาอาจมีวิธีไขได้มากกว่าหนึ่งวิธี ซึ่งลูกเล่นเกี่ยวกับการไขปริศนานี้ก็ถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่งของเกมนี้เลยทีเดียว เนื่องจากใช้ประโยชน์จากเครื่อง DS ได้ดีมาก
ตัวเกมทั้งหมดจะถูกแบ่งเป็น 11 บท ตามช่วงเวลาของเนื้อเรื่องในเกม ในตอนท้ายของแต่ละบท จะมีคำถามท้ายบทเพื่อทบทวนความจำเกี่ยวกับเนื้อเรื่องที่ผ่านมาในบทนั้น แต่ถึงเราตอบผิดก็ไม่มีผลอะไร เพราะเกมจะถามทวนใหม่จนกว่าเราจะตอบถูก
สำหรับการเซฟ เราสามารถเซฟได้ในหน้าจอการเดินสำรวจ แต่ในระหว่างการไขปริศนา การสำรวจละเอียด กับการพูดคุย เราจะไม่สามารถเซฟเกมได้ ซึ่งถ้าเราไม่คอยเซฟอยู่บ่อยๆ และเกิดทำพลาดในช่วงที่เซฟไม่ได้แล้วเกิด Game over ขึ้น ก็อาจจะต้องย้อนกลับไปยาวหน่อยล่ะครับ
== คะแนนด้านระบบการเล่น : 8.5/10 ค่าน้ำหนัก 30% ==
- เนื้อเรื่อง
เนื้อเรื่องของ Hotel Dusk นั้นเป็นแนวสืบสวน/ลึกลับ และมีโทนเรื่องที่ค่อนข้างซีเรียสและดูเป็นผู้ใหญ่่ อารมณ์ที่ได้จากการเล่น อาจจะไม่ชวนสะใจหรือตื่นเต้นในทันที ออกจะเรื่อยๆในช่วงแรกๆ แต่เมื่อเบาะแสต่างๆถูกเปิดเผย เราจะค่อยๆถูกดึงดูดไปกับพระเอกในการเข้าใกล้ความจริงมากขึ้นๆ ลักษณะเดียวกันกับการอ่านนิยายสืบสวนสอบสวนทำนองนั้น
**** !! Spoiler Warning !! *****
เนื้อเรื่องในช่วงแรกๆนั้นจะดูเหมือนไม่ค่อยมีอะไร และเ้น้นไปที่อดีตและปมปัญหาย่อยของแขกคนอื่นๆในโรงแรม แต่ในปมปัญหาเหล่านั้นจะมีเบาะแสต่างๆเกี่ยวกับที่มาที่ไป และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนพระเอกและโรงแรมแห่งนี้ ซึ่งสุดท้ายแล้วเบาะแสทุกอย่างที่ค่อยๆเปิดเผยออกมา จะมาปะติดปะต่อกันเป็นเรื่องราวในช่วงท้าย เนื้อเรื่องโดยรวมก็ถือว่าใช้ได้และน่าติดตาม อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ชินกับนิยายแนวนี้ อาจพอเดาเนื้อเรื่องและจุดหักมุมได้เมื่อเล่นไปได้สักพัก และมีจุดที่ไม่สมเหตุสมผลอยู่บางจุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับการค้นพบจุดหักมุมของเรื่องอยู่ด้วย
**************************
เนื่องจากเกมนี้มีฉากจบมากกว่าหนึ่งแบบ รวมทั้งการที่บทพูดเล็กๆน้อยๆบางส่วนจะเปลี่ยนไปในการเล่นรอบสอง จึงถือเป็นแรงกระตุ้นให้ลองเล่นซ้ำใหม่อีกสักรอบได้เหมือนกัน
สำหรับบทพูดและภาษาในเกมนั้น ถือว่าดีมากและเป็นธรรมชาติ ตัวละครแต่ละตัวมีสไตล์การพูดของตัวเอง และสะท้อนถึงบุคลิกของตัวเองได้อย่างชัดเจน แต่สำหรับใครที่ภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรง อาจมีปัญหาในการอ่านบทพูดอยู่บ้างจากบรรดาสำเนียง กับศัพท์สแลงต่างๆ ที่มีเยอะมาก (ได้ยินว่าศัพท์บางคำเป็นสแลงที่ใช้กันอยู่ในยุคปี 70-80 จริงๆ บางคำก็ยังใช้กันอยู่ในปัจจุบัน) แต่ยังพอจะเดาความหมายได้จากบริบทรอบข้าง (ใครอยากฝึกเรื่องอ่านจับใจความจากเกมนี้ผมว่าก็ไม่เลวนะครับ)
== คะแนนด้านเนื้อเรื่อง : 8/10 ค่าน้ำหนัก 40% ==
- ภาพและเสียง
ในส่วนของภาพ สถานที่และสิ่งของทั้งหมดเป็นกราฟิก 3 มิติ ในขณะที่ภาพตัวละครจะเป็นภาพลายเส้นขาวดำ 2 มิติ (บางช่วงอาจมีการลงสีบ้างนิดๆหน่อยๆ แต่น้อย) เป็นสไตล์ที่ดูแล้วแปลกไปอีกแบบ แต่เข้ากับสไตล์ของเกมดี
ในด้านของเสียงนั้น พูดถึงเพลงประกอบเอง ถึงแม้จะไม่ค่อยมีเพลงที่ฟังแล้วโดนใจทันทีเลยก็ตาม แต่ก็เข้ากับบรรยากาศของเกมในช่วงนั้นๆ เพลงส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะฟังสบายๆเรื่อยๆ คุณภาพเสียงเองก็โอเค ถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่งครับ
== คะแนนด้านภาพ : 8.5/10 ค่าน้ำหนัก 15% ==
== คะแนนด้านเสียง : 7.5/10 ค่าน้ำหนัก 15% ==
- สรุป
Hotel Dusk Room 215 ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเกมนิยายลึกลับที่ครบรส ทั้งเนื้อเรื่อง และการไขปริศนาโดยอาศัยคุณสมบัติและฟังก์ชันต่างๆของเครื่อง DS ให้เป็นประโยชน์ ว่ากันง่ายๆก็คงเป็น Trace Memory ที่เิพิ่มส่วนผสมด้านเนื้อเรื่องให้เข้มข้นขึ้น เป็นอีกเกมที่แนะนำให้ขาเกมแนวนี้ลองเล่นครับ แต่เนื่องจากภาษาในเกมที่อ่านไม่ง่ายเท่าไหร่ ถ้าจะเล่นให้ได้อรรถรสของเนื้อเรื่องครบถ้วน คงต้องมีความรู้ภาษาอังกฤษพอสมควรล่ะครับ นอกจากนี้ สำหรับใครที่ไม่ชอบเกมที่ต้องอ่านเนื้อเรื่องเยอะๆ คงต้องบอกว่า เกมนี้อาจไม่ใช่เกมสำหรับคุณครับ
- Final Score
81.5%
(ถ้าไม่ชอบการอ่านเนื้อเรื่องเลย เหลือ 49.5%)โอกาสหยิบมาเล่นซ้ำ - ค่อนข้างต่ำ
- Game Trailer
บท review อันนี้ ดัดแปลงจากที่ผมเคย post เอาไว้ในบอร์ด ThaiNin เมื่อนานมาแล้วอยู่นิดหน่อย ตอนนี้ยังไม่มีเวลาแต่งของใหม่ๆ ลง ก็ขอเอาของเก่ามาหากินไปก่อนละกันครับ ^^"